วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2555

Leading : Blueprint for Change

Blueprint for Change
Framework Management Tool Box ด้าน Leading
1. หลักการ/แนวคิด/ประวัติความเป็นมา
       ในกระบวนการของการจัดทำข้อเสนอการเปลี่ยนแปลง ให้มุ่งเน้น การบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นประชาชนผู้รับบริการ ข้าราชการ พนักงาน หรือสังคมส่วนรวม
       ทฤษฏีที่นำมาปรับใช้ คือ การขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ องค์กรที่มุ่งเน้นยุทธศาสตร์” (Strategy-Focus Organization) เป็นแนวคิดของนักคิดชาวอเมริกัน Robert Kaplan และDavid Norton โดยใช้เทคนิคของ Balanced Scorecard มาต่อยอด เพื่อให้ทุกคนในองค์กรมุ่งเน้นที่กลยุทธ์เป็นหลักและใช้หลักการอื่น
2. เครื่องมือนี้คืออะไร/มีองค์ประกอบอะไร
ข้อเสนอการเปลี่ยนแปลง (Blueprint for Change)  หมายถึง การวางแผนการดำเนินการต่าง ๆ ที่จะลดผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลง และสนับสนุนให้เกิดการปรับตัวและการยอมรับ พร้vมทั้งสร้างศักยภาพใหม่ ๆ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตามเป้าหมาย (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ, 2549ข)
3.เครื่องมือนี้ใช้เพื่ออะไร
- เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการให้เกิดความพร้อมในการสนับสนุนและผลักดันให้ยุทธศาสตร์ของส่วนราชการเกิดผลทางปฏิบัติ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใน 3 ประเด็น คือ การปรับปรุงประสิทธิภาพ การพัฒนาคุณภาพ และการเสริมสร้างสมรรถนะองค์กร
4.ข้อดี
       เกิดการสร้างตัวแบบการดำเนินงาน (operating model) และออกแบบกระบวนการในอนาคต (to-be process mapping) ที่มีความชัดเจน
       มองเห็นภาพรวมของขั้นตอนหรือกระบวนงานที่จะต้องปฏิบัติต่อเนื่องกันไปตามกลยุทธ์ต่าง ๆ
       สามารถวางแผนการพัฒนาขีดความสามารถและศักยภาพบุคลากร การยกระดับขีดสมรรถนะและคุณภาพองค์กรโดยรวม ปรับปรุงกระบวนการทำงานในองค์การมีแผนและเป็นระบบมากขึ้น
ข้อเสีย
       เน้นเรื่องการปรับปรุงกระบวนการทำงาน (Process) เพียงอย่างเดียว ซึ่งอาจไม่ครอบคลุมการเปลี่ยนแปลงมิติอื่น
       ต้องใช้เอกสารจำนวนมาก และการประเมินภายนอกยังเป็นเพียงการประเมินจากเอกสาร
       Blueprint for Change เป็นเครื่องมือที่บังคับใช้กับทุกส่วนราชการ ทำให้ส่วนราชการอาจเกิดความรู้สึกว่าต้องการทำตามแบบฟอร์มไปเท่านั้น แต่ยังไม่ได้มีผลต่อการปรับปรุงองค์การอย่างแท้จริง
5.ใช้อย่างไร (หรือจัดทำอย่างไร)
กระบวนการในการจัดทำข้อเสนอการเปลี่ยนแปลง แบ่งเป็น 3 ขั้นตอน

6. มีใครนำเครื่องมือนี้ไปใช้บ้างและได้ผลสรุปอย่างไร
ดร. ทศพร ศิริสัมพันธ์ บรรยาย ในการประชุมสัมมนา เรื่อง การจัดทำข้อเสนอการเปลี่ยนแปลง (Blueprint for Change) ตามคำรับรองการปฏิบัติราชการประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2548 ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2547 ณ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ กรุงเทพ
7.กรณีศึกษา
                    หน่วยงาน ก.พ.ร. (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ) ได้นำมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการ เพื่อการเปลี่ยนแปลงให้เกิดความพร้อมการสนับสนุนและผลักดันยุทธศาสตร์ของราชการให้เกิดผลทางปฎิบัติ และสอดคล้องกับพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี โดยเป็นตัวชี้วัดของการปฏิบัติงานราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2548 ในมิติที่ 4 คือ มิติด้านการพัฒนาองค์กร เรื่องความสำเร็จและคุณภาพของการจัดทำข้อเสนอการเปลี่ยนแปลงของจังหวัด/ส่วนราชการ
BENCHMARKING
Framework Management Tool Box ด้าน Planning
1.หลักการ/แนวคิด/ประวัติความเป็นมา
           Benchmarking  เป็นศัพท์ในการสำรวจทางธรณีวิทยาที่ใช้ในการวัดระยะโดยเปรียบเทียบกับจุดอ้างอิง ซึ่งสอดคล้องกับความคิดเห็นของ พอล เจมส์ โรแบร์(2543:10-11) ที่กล่าวว่ามีการนำ Benchmark มาใช้ในการสำรวจธรณีวิทยาของประเทศสหรัฐอเมริกา(U.S. Geological Survey)และถูกยืมมาใช้ในการพัฒนาระบบการบริหารงานที่ถูกพัฒนาขึ้นในทศวรรษที่ 1980 เป็นการวัดระยะ โดยเปรียบเทียบกับจุดที่ใช้อ้างอิง
2.เครื่องมือนี้คืออะไร/มีองค์ประกอบอะไร
          “Benchmarking” คือ กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์และวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) จากองค์กรอื่นภายใต้กฎกติกาสากล โดยมีแนวคิดที่ว่า องค์กรไม่ได้เก่งทุกเรื่อง ยังมีองค์กรที่เก่งมากกว่าในบางเรื่อง การศึกษาจากประสบการณ์ตรงขององค์กรอื่นแล้วนำมาประยุกต์ให้เหมาะสม จะช่วยประหยัดเวลาและลดการลองผิดลองถูก Benchmarking จึงเป็นเส้นทางลัดสู่ความเป็นเลิศอย่างก้าวกระโดด
3.เครื่องมือนี้ใช้เพื่ออะไร
- เพื่อความยั่งยืนขององค์กร : ยกระดับความสามารถของตนเองเพื่อให้แข่งขันได้ จึงต้องมีการเรียนรู้และปรับปรุงตนเองอย่างต่อเนื่อง
- เพื่อการปรับปรุงอย่างก้าวกระโดด : เป็นเครื่องมือที่ช่วยกระตุ้นนวัตกรรม (Innovation) ในองค์กร ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงปรับปรุงในระยะเวลาอันสั้น

วันจันทร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

Steps of Strategic Planning Process

การเขียนบทความนี้ เป็นส่วนหนึ่งของวิชา DBA 701 ทฤษฎีการจัดการเชิงกลยุทธ์ชั้นสูงและแนวคิดเชิงปฏิบัติ  (Advanced Theories of Strategic Management Concepts and Practices) สอนโดย ผศ.ดร.วิชิต อู่อ้น เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ได้จากการเรียนและฟังบรรยายจากอาจารย์เพื่อน ๆ ในชั้นเรียนเพื่อนำมาถ่ายทอดและเรียบเรียงให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อ่าน หากมีข้อผิดพลาดประการใดขออภัย ณ โอกาสนี้ด้วยนะค่ะ

ขั้นตอนของกระบวนการวางแผนเชิงกลยุทธ์ (Steps of Strategic Planning Process)
โดย อภิชา กิจเชวงกุล
                                                                                  นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีปทุม
 
1. กำหนดพันธกิจขององค์กร (Formulating Organization's mission)  พันธกิจ หรือ มิชชั่น หมายถึง "จุดมุ่งหมายพื้นฐาน ที่องค์กรพยายามจะบรรลุถึง"  ซึ่งพันธกิจของแต่ละองค์กรนั้นจะเป็นตัวกำหนดกลยุทธ์และกิจกรรมต่างๆใน อนาคตขององค์กร
2. การกำหนดเป้าหมายหลัก (Goal setting, main and specific) การกำหนดเป้าหมายจะต้องชัดเจนในเรื่องของกำหนดในระยะเวลาที่แม่นยำ มีวิธีทางสู่ความสำเร็จเพราะเป้าหมายจะต้องเป็นพื้นฐานในการวางแผนและการกำหนดนโยบาย 
3. การประเมิณทรัพยากรขององค์กร และ ประเมิณโอกาสและอุปสรรค (Evaluation of organizational resources & environmental opportunities and threats) การจัดสร้างกลยุทธ์มักเริ่มด้วยการประเมินปัจจัยภายในและภายนอกที่จะกระทบสถานะการแข่งขันขององค์กร การวิคราะห์สถานการณ์ ประกอบด้วยการค้นหา (search) จุดแข็ง (strengths) จุดอ่่อน (weakness) โอกาส (opportunities) และอุปสรรค (treats) SWOT ที่มีผลกระทบต่อผลประกอบการขององค์กร
4. การกำหนดกลยุทธ์ (Strategy Formulation)
พื้นฐานความคิดเห็นในการวางแผนกลยุทธ์ให้องค์กรควรสัมพันธ์กันกับ ลักษณะบุคลิกขององค์กรนั้นๆกับสภาพแวดล้อมโดยรอบขององค์กรการวาง กลยุทธ์เป็นเครื่องมือหนึ่งในการนำองค์กรไปสู่เป้าหมาย (D’Aveni, 1995)
เพื่อให้เข้าถึงและกลมกลืนกับข้อมูลและขีดความสามารถขององค์กรเพื่อสร้าง ความได้เปรียบคู่แข่งขัน หรือ ให้องค์กรอยู่รอดในทุกขนาดขององค์กรที่ขยาย ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เพื่อบรรลุ การพัฒนาที่ดี และมีกลยุทธ์ที่ชัดเจน (Ghoshal & Barlett, 1990)

5. การดำเนินกลยุทธ์ตามแผนปฎิบัติการที่กำหนด (Strategy implementation through operational programs)
หลังจากกำหนดกลยุทธ์ที่เหมาะสมได้แล้ว การปฏบัติการตามกลยุทธ์ที่ ตั้งไว้มี ความสำคัญอย่างมาก องค์กรจะต้องมีการเตรียมพร้อมในด้านต่างๆ เพื่อการมุ่งสู่เป้าหมาย ให้สามารถบรรลุผลได้ การเตรียมบุคลากรในการ ปฏิบัติงาน การเตรียมเงินทุนเพื่อพัฒนา การเตรียมขั้นตอนเพื่อดำเนินงาน  ตลอดจนทรัพยากรวัตถุดิบ หรือ เครื่องมือต่างๆ โดยหลักสำคัญที่ไม่ควร ละเลยก็คือ การสื่อสารภายในองค์กรให้ทราบถึงแผนกลยุทธ์ และ เป้าหมาย เพื่อความร่วมแรงร่วมใจในการมุ่งไปสู่ผลสำเร็จร่วมกัน

6. การประเมิณกลยุทธ์และการเลือกแผนที่เหมาะสมเพื่อนำไปปรับแผนกลยุทธ์ (Evaluating and Choosing alternative strategy (modified)). เมื่อนำแผนงานไปสู่การปฏิบัติแล้วการนำผลของการปฏิบัติงานมาประเมินจะเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่จะแจ้งให้ผู้นำองค์กรได้รู้ว่าแผนกลยุทธ์นนั้นประสบผล สำเร็จหรือไม่ ซึ่ง สามารถที่จะวัดผลได้จากผลประกอบการ หรือ ตามขั้นตอน การควบคุมและประเมินผล